No.10 การจัดการมัลติมีเดีย (Multimedia Management)
ข่าวสาร
ทำไม Social Network จึงสำคัญมากในยุคนี้
ทำไม Social Network จึงสำคัญมากในยุคนี้
   Social Network หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงคนในยุคปัจจุบันให้เข้าถึงกันง่ายขึ้น
ASUS Memo Pad แท็บเล็ต 7 นิ้ว ราคาเอื้อมถึง
ASUS Memo Pad แท็บเล็ต 7 นิ้ว ราคาเอื้อมถึง
   ASUS Memo Pad สร้างสรรค์มาเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการแท็บเล็ตในราคาคุ้มค่า แต่ยังทำงานได้อย่างราบรื่นด้วยโปรเซสเซอร์ความเร็ว 1 GHz
BeautyPlus-Magical Camera ตกแต่งภาพ | Android Apps
BeautyPlus-Magical Camera ตกแต่งภาพ | Android Apps
   แอพพลิเคชั่นBeautyPlus-Magical Camera แอพพลิเคชั่นฟรีจากAndroid Appsซึ่งจะพาคุณไปเพลิดเพลินกับการตกแต่งภาพง่ายๆที่จะทำให้ภาพคุณสวยขึ้นเพียงไม่กี่นาที
รับแปลเอกสารราชการ
รับแปลเอกสารราชการ
   รับแปลเอกสารราชการ โดยศูนย์งานแปลทีไอเอส Tis-Translaiton บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านงานแปลภาษา ซึ่งมีนักแปลที่ชำนาญการแปลเอกสารราชการ ทั้งในด้านกฎหมาย
พฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้ติดไวรัส
พฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้ติดไวรัส
   ไวรัสเป็นคำที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี สำหรับคนที่นิยมท่องอินเทอร์เน็ตหรือใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งเรียกกันได้ว่า หากไม่เคยโดนไวรัสเข้าเครื่อง
โน๊ตบุ๊ค รุ่นต่างๆ กล้องประเภทต่างๆ

วีดีโอน่ารู้ : สร้างBlogger ง่ายๆแค่คลิ๊ก Ep1 เริ่มต้นสร้างบล็อก


แจกโปรเจคPHPฟรี

ความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมต่างๆ >> ระบบปฎิบัติการ OS (operating system) >> No.10 การจัดการมัลติมีเดีย (Multimedia Management)

No.10 การจัดการมัลติมีเดีย (Multimedia Management)

No.10 การจัดการมัลติมีเดีย(Multimedia Management)

อัพเดทวันที่: 25 มี.ค. 2557

วีดีโอน่ารู้ : เทคโนโลยีน่ารู้ Ep2 อย่าตั้งรหัสผ่านเดียวกันกับทุกเว็บไซต์ หรือทุกAccount


พื้นฐานสื่อมัลติมีเดีย

-สื่อมัลติมีเดียที่นิยมใช้กันได้แก่ video clip เป็นสื่อเก็บข้อมูลที่ใช้กันทางด้านอินเทอร์เน็ต

-ปัจจุบันทั้งเสียงและภาพสามารถจัดเก็บอยู่ในรูปไฟล์ข้อมูลในสื่อแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดิสก์ แผ่นซีดี

-ระบบมัลติมีเดียได้นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะทางภาพยนตร์ได้ใช้ระบบเคเบิลทีวี

-ระบบการถ่ายทอดภาพก็ยิ่งต้องมีความเร็วมากขึ้นเท่านั้น video server ต้องมีความเร็วในการจัดการข้อมูลภาพที่เก็บไว้ในดิสก์เป็น 1000 ดิสก์

-เทคโนโลยีปัจจุบันที่มีใยแก้วนำแสดง หรือไฟเบอร์ออปติก (fiber optic) ได้ถูกนำมาใช้ในวงการเคเบิลทีวี

-ระบบการประมวลผลข้อมูลและการส่งข้อมูลของเคเบิลทีวีไปยังผู้รับบริการให้ได้ตามความต้องการนั้น เรียกว่า video on demand

-ไม่ว่าผู้รับบริการแต่ละครัวเรือนต้องการชมภาพยนตร์หรือ กีฬา ผู้ให้บริการต้องให้บริการได้ตามต้องการของผู้รับบริการ

-ระบบ PAL (Phase Alternating Line)  และ SECAM (Sequentiel Couleur Avec Memoire) ทั้ง 2ระบบใช้แสดงภาพนิ่ง 25 ภาพ/วินาที

-ระบบทีวีแบบ PAL ใช้ในประเทศเยอรมัน รวมทั้งประเทศไทยด้วย

-ระบบทีวีแบบ SECAM ใช้ในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก

-ระบบ PAL หรือ NTSC มีการส่งภาพออกมา ต่อวินาทีไม่เท่ากัน

-ความแตกต่างของเสียงที่ส่งออกมาในอัตราเร็วที่แตกต่างกันนั้นเราเรียกว่า จิทเทอร์ (jitter) จิทเทอร์จะต่างจากดีเลย์ (delay) ตรงที่ดีเลย์เป็นช่วงเวลาที่ส่งข้อมูลออกมา ผู้รับจะต้องรอไประยะหนึ่ง

-Set Top Box คือคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งซึ่งประกอบอยู่ด้วย ซีพียู, รอม,แรม แต่ทำหน้าที่ไม่เทียบเท่าคอมพิวเตอร์พีซี

-สามารถใช้พีซีมาแทน set top box ได้อีกทั้งยังสามารถทำงานได้มากกว่า

-ระบบมัลติมีเดียมีคุณลักษณ์สำคัญ 2 ประการ คือ

-ระบบมัลติมีเดียต้องสามารถสื่อสารข้อมูลได้ด้วยอัตราเร็วสูงมาก เพราะข้อมูลที่ถ่ายทอดออกมาจะอยู่ในรูปของภาพและเสียง

-ระบบมัลติมีเดียต้องสามารถแสดงภาพและเสียง ในลักษณะที่เป็นเรียลไทม์ การแสดงภาพเคลื่อนไหวโดยทั่วไปจะอาศัยจำนวนภาพนิ่งหลายๆ ภาพมาแสดงอย่างต่อเนื่อง

การเข้ารหัสเสียง (Audio Encoding)

ข้อมูลเสียงเป็นข้อมูลขนาด 1 มิติ ที่เราเรียกว่าความดังของเสียง การที่มนุษย์ได้ยิน เกิดจากเคลื่อนเสียงที่มีความถี่เข้าไปในหู ภายในหูประกอบด้วยอวัยวะภายในที่เป็นชิ้นกระดูกชิ้นเล็กๆ 3 ชิ้นทำหน้าที่สั่นแล้วส่งต่อไปยังประสาทหูให้สามารถรับรู้ถึงเสียงที่เกิดขึ้น ความถี่ที่ประสาทหูของมนุษย์ได้ยิน จะอยู่ในช่วงตั้งแต่ 20 เฮิร์ต (Hz) ถึง 20000 เฮิร์ต

การเข้ารหัสภาพ (Video Encoding)

การสร้างภาพบนหน้าจอที่แสดงออกมาโดยเฉพาะภาพเคลื่อนไหว ภาพที่แสดงออกทีละภาพหรือเฟรม (frame)อย่างน้อย 25 เฟรมต่อวินาที ทำให้เกิดความราบเรียบของภาพเคลื่อนไหวจนสายตามนุษย์ไม่สามารถแยกออกได้ว่าเกิดจากภาพนิ่งมาประกอบกัน แต่ละประเทศใช้ระบบ NTSC มี 525 เส้น แสดงจำนวนภาพ 30 เฟรมต่อวินาทีระบบ PAL, SECAM ในทวีปยุโรปมี 625 เส้นแสดงจำนวนภาพ 25 เฟรมต่อวินาที  ประเทศไทยเป็นระบบ PAL การแสดงภาพของจอคอมพิวเตอร์ เริ่มต้นจากเส้นที่ 1 ประเทศไทยเป็นระบบ PAL การแสดงภาพของจอคอมพิวเตอร์ เริ่มต้นจากเส้นที่ 1 ในตำแหน่งบนสุดสแกน (Scan) หรือกวาดจากซ้ายมือไปทางด้านขวาสุดแล้วขึ้นเส้นที่สองในบรรทัดที่ 3, 5, 7, 9 ไปจนกระทั่งเส้นสุดท้าย รวมเรียกว่าครบ 1 ฟิลด์ (field) แล้วขึ้นไปที่เส้นคู่ 2, 4, 6,…เป็นฟิลด์ที่ 2 กรณีภาพสี จะผสมทั้ง 3 สีได้แก่ แดง, เขียว, น้ำเงิน  หรือที่เรียกว่า RGB ซึ่งเป็นแม่สีมาผสมกันจนเกิดเป็นภาพนับล้านๆสี แม่สีทั้ง 3สี ถูกผสมโดยสัญญาณที่เรียกว่า สัญญาณผสม (Composite Signal) ให้กับจุดหรือพิกเซลสี (Pixel) เพื่อสร้างภาพให้ปรากฏบนจอคอมพิวเตอร์ ภาพที่เรามองเห็นประกอบด้วยสี (color) และความสว่าง (brightness) ทั้งความสว่างและสีนั้นถูกควบคุมแยกจากกันโดยสิ้นเชิง โดยปกติแล้วขนาดของจอภาพคอมพิวเตอร์จะมีอัตราส่วนความกว้าง * ความสูง เท่ากับ 4:3 จอภาพแบบ VGA มีความละเอียดภาพอยู่ที่หน่วยความจำของจอภาพแบบ XGA ด้วยจำนวนสี 24 บิตต่อพิกเซล และใช้จำนวนภาพ 25 ภาพต่อวินาที ต้องมีหน่วยความจำเท่ากับ 472 Mbps

การบีบอัดภาพ (Video Compression)

เทคนิคการบีบอัดภาพมีเทคนิคสำคัญอยู่ 2 ประการ คือ
      1.การเข้ารหัส (Coding) เพื่อเก็บภาพให้มีขนาดเล็กลง
      2.การถอดรหัส (Decoding) เพื่อแสดงภาพ

วิธีการบีบอัดภาพ สามารถนำไปใช้ในวงการต่างๆ เช่น สำหรับภาพยนตร์ สามารถบีบอัดภาพลงในแผ่นซีดีรอมเพียงครั้งเดียวแล้วนำไปเปิดฉายได้หลายๆสิบครั้ง

ข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการบีบอัดภาพ คือ เมื่อมีการนำเอาภาพต้นฉบับมาทำสำเนาใหม่คุณภาพที่ได้จะไม่เหมือนเดิม

มาตรฐานภาพ JPEG

JPEG (Join Photographic Experts Group) การบันทึกภาพตามมาตรฐานของ JPEG แบ่งออกได้เป็น 4 ขั้นตอนดังนี้
     -ขั้นตอนที่เข้ารหัสภาพของ JPEG โดยจะทำการแบ่งพื้นที่หน้าจอภาพออกเป็น บล็อก
     -เมื่อได้จำนวนบล็อกทั้งหมด 7200 บล็อก แล้วจะใช้ DCT (Discrete Cosine Transformation) ในการเข้ารหัสข้อมูลแต่ละบล็อก กำหนดค่าเริ่มต้นของแต่ละพิกเซล เท่ากับ 0

นำ DCT coefficients มาหารด้วย ตัวถ่วงน้ำหนัก (weights) ที่กำหนดให้ในตาราง Quantization table ก็จะทำให้ค่าของ Quantized coefficient ด้วยวิธีการในขั้นตอนนี้อาจจะทำให้ความละเอียดของภาพลงลงไป แต่คุ้มค่ากับความเร็วที่ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

ลดจำนวนศูนย์ โดยการแทนค่า 0 ด้วยรหัสใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่าเป็นค่าที่ต่างจากค่าอื่นๆ  ค่าที่แสดงเป็น 0 มีความหมายว่าเป็นสีพื้นซึ่งมีจำนวนมากที่สุดของเฟรมภาพ

ทำการเก็บข้อมูลแต่ละพิกเซลให้อยู่ในรูปของลิสต์ จากซ้ายไปขวาและจากบนลงล่าง

จัดเก็บข้อมูลที่ทำการเข้ารหัสในแต่ละบล็อกลงบนสื่อ เช่นดิสก์ หรือซีดีรอม เสร็จสิ้นวิธีการเข้ารหัสของการเก็บภาพแบบ JPEG

มาตรฐานภาพ MPEG

MPEG ย่อมาจากคำว่า (Motion Picture Experts Group) ในปี ค.ศ.1993 ถือเป็นเวอร์ชั่นแรกของมาตรฐานนี้  ความละเอียดภาพ 352 * 240 ในทีวีระบบ NTSC ของประเทศอเมริกา เวอร์ชั่นนี้มีอัตราการส่งข้อมูล 1.2 Mbps ต่อการได้ทำการปรับปรุงในเวอร์ชั่นใหม่ อัตราการส่งข้อมูล 4 ถึง 6 Mbps ทำให้เวอร์ชั่นนี้สามารถใช้ได้กับทั้งทีวีระบบ PAL และ NTSC

การจัดเวลาโปรเซสมัลติมีเดีย (Multimedia Process Scheduling)

ระบบนี้แตกต่างจากระบบปฏิบัติการโดยทั่วไปอยู่ 3 ประการด้วยกันคือ
    1.ขั้นตอนการโปรเซส
    2.ระบบไฟล์
    3.การทำงานของดิสก์

การทำงานของโปรเซสที่คล้ายๆ กัน

-การแสดงภาพของอุปกรณ์ชนิดนี้คิดเป็นจำนวนภาพต่อวินาที
-สามารถกำหนดได้ล่วงหน้าว่าใช้เวลาเท่าไหร่ในการแสดงภาพที่มีอยู่
-การทำงานของอุปกรณ์แสดงภาพในแต่ละวงรอบของงานจะเหมือนกัน
-เริ่มการอ่านข้อมูลจากแผ่นดิสก์มาทีละเฟรม แล้วส่งต่อให้ผู้ใช้
-จำนวนข้อมูลแต่ละเฟรมจะมีขนาดคงที่

การจัดเวลาแบบเรียลไทม์ (Real Time Scheduling)

จำนวนผู้ใช้ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอด ขนาดของเฟรมภาพที่แสดงต่อวินาทีที่ต่างกัน ชนิดของภาพ หรือแม้กระทั่งความถี่ของตัวระบบเองมีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลที่แตกต่างกัน

โปรเซสต่างๆ เหล่านี้สามารถทำงานร่วมกันภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ต่างแล้วทำให้งานนั้น ๆ สำเร็จได้ในระยะเวลาที่กำหนดได้ เรียกว่าการจัดการเวลาแบบเรียลไทม์ (Real Time Scheduling)

การจัดเวลาแบบโทนเสียงเดียว (RMS: Rate Monotonic Scheduling)

-แต่ละโปรเซสจะต้องทำเสร็จภายในช่วงเวลาที่ความถี่กำหนด
-แต่ละโปรเซสต้องเป็นอิสระต่อกัน
-วงรอบของแต่ละโปรเซสจะใช้เวลาของซีพียูเท่าๆ กัน
-สำหรับโปรเซสที่ไม่ได้เกิดเป็นวงรอบจะไม่มีการกำหนดเวลาสิ้นสุด
-Process สามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องการสิ่งใดช่วย

การทำงานระบบไฟล์มัลติมีเดีย (Multimedia File System Paradigms)

ระบบไฟล์ของมัลติมีเดียนั้นแตกต่างไปจากระบบไฟล์แบบเก่าที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างมาก

สำหรับระบบไฟล์แบบเดิมการเปิดไฟล์เพื่ออ่านข้อมูลจะต้องทำไปตามขั้นตอนทุก ๆ ครั้งที่ต้องการอ่านข้อมูล เริ่มต้นด้วยการร้องขอผ่าน System call ของระบบปฏิบัติการ

ปัญหาที่สำคัญคือเซิร์ฟเวอร์ต้องการข้อมูลมัลติมีเดียที่มีขนาดปริมาณที่แน่นอนและต้องทันเวลาในการประมวลผลแต่ละครั้ง นอกจากนั้นตัวเซิร์ฟเวอร์เองจะต้องสามารถสนับสนุนบล็อกของข้อมูลในการประมวลผลแต่ละครั้งตามที่ระบบต้องการ

ระบบไฟล์แบบเดิม ๆ ไม่สามารถนำมาใช้กับระบบไฟล์ของมัลติมีเดียได้ การอ่านข้อมูลไฟล์ในระบบมัลติมีเดียเริ่มต้นด้วยการร้องขอผ่าน System call ในตอนเริ่มต้น

หลังจากนั้น video server จะทำการส่งข้อมูลตามขนาดและอัตราความเร็วที่กำหนด

ลักษณะการส่งข้อมูลของไฟล์มัลติมีเดียจะเป็นการป้อนข้อมูล (push server) แต่ในระบบไฟล์แบบเดิมเป็นแบบดึงข้อมูล (pull server) ดังนั้นการข้อมูลของ video server ทำให้เกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้นในการแสดงผลภาพที่ต่อเนื่อง

การจัดเก็บข้อมูลลงไฟล์ (File Placement)

-การเก็บไฟล์ลงในดิสก์เดียวกัน (Placing File on a Single Disk)
-สองกลวิธีในการจัดเก็บไฟล์ข้อมูล (Two Alternative File Organization Strategies)
-การเรียงข้อมูลไฟล์ไว้ตามลำดับเคลื่อนที่ของหัวอ่าน (Placing Files For Near Video on Command)
-การจัดเก็บข้อมูลหลายไฟล์บนดิสก์เดียวกัน (Placing Multiple Files on a Single Disk)
-การจัดเรียงหลายไฟล์ลงบนดิสก์หลายตัว (Placing Files on Multiple Disks)

การเก็บไฟล์ลงในดิสก์เดียวกัน

สิ่งสำคัญในการอ่านสายข้อมูลเข้าสู่ระบบเครือข่าย หรือแสดงข้อมูลออกสู่จอภาพ คือความเร็ว และ ปราศจากการเสียเวลาในเรื่องต่าง ๆ เช่น การค้นหาข้อมูล (seek time) เป็นต้น

การแก้ปัญหาในการค้นหาข้อมูลวิธีการหนึ่งคือใช้วิธีเก็บข้อมูลแบบต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ก็เป็นวิธีการที่ไม่ได้ผลเต็มที่นัก เพราะการอ่านข้อมูลของระบบไฟล์แบบมัลติมีเดียนั้นนอกจากจะมีไฟล์ข้อมูลภาพแล้ว ยังอาจจะประกอบด้วยไฟล์ข้อมูลเสียงและข้อความอีกด้วย

ความซับซ้อนของข้อมูลดังกล่าวทำให้การอ่านข้อมูลไฟล์จากสื่อข้อมูลแบบต่อเนื่องมีปัญหาในการแยกประเภทของข้อมูล หรือแม้แต่การจัดเก็บข้อมูลแบบต่อเนื่องให้กับข้อมูลภาพ  เสียง และข้อความแยกจากกัน ก็ยังต้องพบกับปัญหาในการค้นหาข้อมูล

หนทางในการแก้ปัญหานี้ได้แก่การสร้างแต่ละเฟรมข้อมูลให้ต่อเนื่องและในแต่ละเฟรมจะถูกกำหนดให้เก็บข้อมูลแต่ละประเภทเป็นแบบเดียวกัน

สองกลวิธีในการจัดเก็บไฟล์ข้อมูล

กลวิธีในการเก็บข้อมูลของมัลติมีเดียไฟล์คือ
      -วิธีการแรกใช้บล็อกที่มีขนาดเล็ก
      -วิธีที่สองใช้บล็อกขนาดใหญ่

ในกรณีของการใช้บล็อกขนาดเล็ก วิธีการนี้ขนาดเฉลี่ยของบล็อกจะเล็กกว่าขนาดของเฟรม ข้อมูลแต่ละเฟรมจะประกอบไปด้วยบล็อกที่เรียงติดกันต่อเนื่องกันไป

จำนวนบล็อกที่ใช้ในแต่ละเฟรมอาจจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับจำนวนข้อมูลแต่ละเฟรม

ภายในเฟรมนอกจากจะประกอบด้วยข้อมูลภาพแล้วยังมีข้อมูลประเภทอื่นรวมอยู่ด้วย

การเรียงข้อมูลไฟล์ไว้ตามลำดับเคลื่อนที่ของหัวอ่าน

วิธีนี้เป็นการจัดลำดับข้อมูลภายในไฟล์ เรียงตามลำดับตามการเคลื่อนที่ของหัวอ่านและการหมุนของดิสก์ หรือซีดีรอม

เนื่องจากการเก็บไฟล์ข้อมูลแบบที่ใช้กันโดยทั่วไปเป็นการเก็บแบบเรียงลำดับแต่ไม่สามารถสนับสนุนการอ่านข้อมูลที่เป็นสายข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเสียเวลาในการค้นหาข้อมูลในแต่ละช่วง

สำหรับกลวิธีจัดเตรียมสายข้อมูล ให้มีความต่อเนื่องนั้นถูกค้นพบในปี ค.ศ.1997

การจัดเตรียมสายข้อมูลไว้สำหรับให้หัวอ่านสามารถอ่านข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดทั่วทั้งแผ่นดิสก์ หรือตลอดภาพยนตร์ทั้งเรื่อง ประกอบกับการใช้หน่วยความจำบัฟเฟอร์เข้ามาช่วย

สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการอ่านข้อมูลมัลติมีเดียไฟล์ได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เทคนิคดังกล่าวเป็นวิธีการง่าย ๆ ที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และเป็นที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป

การจัดเก็บข้อมูลหลายไฟล์บนดิสก์เดียวกัน

สำหรับระบบมัลติมีเดียแบบมีผู้ใช้จำนวนมาก (Multiuser) การจัดเก็บไฟล์ภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องไว้บนดิสก์เดียวกันจะทำให้หัวอ่านดิสก์ต้องทำงานหนักขึ้น

ยิ่งมีผู้ใช้ต้องการชมภาพยนตร์หลายเรื่องเพิ่มขึ้น หัวอ่านดิสก์ก็ยิ่งต้องการทำงานหนักขึ้น

การหากลวิธีการใด ๆ เข้ามาช่วยจะทำให้ช่วยยืดอายุของหัวอ่านได้นานขึ้น และยังช่วยให้ระบบทำงานได้เร็วขึ้น

จากการทดสอบความถี่ของเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการยืมหนังสือในห้องสมุด การเช่าวีดีโอเทป  หรือแม้กระทั้งเว็บไซต์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด

การจัดเรียงหลายไฟล์ลงบนดิสก์หลายตัว

ในการจัดเก็บไฟล์ข้อมูลแบบไฟล์มัลติมีเดียหลาย ๆ ไฟล์ลงบนดิสก์นั้น เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการอ่านข้อมูล

นอกจากนั้น ดิสก์แต่ละตัวจะต้องสามารถทำงานได้พร้อม ๆ กันอย่างอิสระอีกด้วย

สำหรับตัว video server จะต้องมีความสามารถสูงในการจัดการกับดิสก์หลาย ๆ ตัวได้เป็นอย่างดี

สามารถทำงานได้รวดเร็วโดยไม่ไปสนใจกับข้อบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่างที่อ่านข้อมูล นอกจากนั้นตัวเซิร์ฟเวอร์เองจะต้องสามารถแก้ปัญหาคอขวดที่เกิดขึ้นในระบบได้

สำหรับระบบที่มีดิสก์หลายตัวเราสามารถใช้ดิสก์แต่ละตัวเก็บภาพยนตร์แต่ละเรื่องได้

แต่วิธีการนี้ทำให้เกิดความไม่สมดุลย์ในระบบดิสก์ เพราะดิสก์ที่เก็บภาพยนตร์ที่มีผู้ต้องการชมมากจะทำงานหนักเพียงตัวเดียว

ดังนั้นเพื่อเป็นการเฉลี่ยในการแบ่งเบาภาระของดิสก์แต่ละตัวให้เท่า ๆ กัน ระบบการจัดเก็บจะต้องแบ่งเฟรมภาพยนตร์เรื่องเดียวกันให้กระจายไปอยู่ทั่วไปในดิสก์ทุกตัว

 

 


loginก่อนดาวน์โหลด
กรุณาสมัครสมาชิกหรือlogin ก่อนดาวน์โหลดไฟล์

กดlike เพื่อติดตามข่าวสารและโปรเจค โค้ดใหม่ๆอัพเดทอยู่เสมอ

วีดีโอน่ารู้ : โปรเจค12นักษัตริย์ 12ราศี Project C#


Tag : พื้นฐานสื่อมัลติมีเดีย การจัดการมัลติมีเดีย Multimedia Management การบีบอัดภาพ การเข้ารหัสภาพ การจัดเวลาโปรเซสมัลติมีเดีย



แสดงความคิดเห็น

จำนวนหน้า :

โปรดกรอกล็อคอินเข้าสู่ระบบและคอมเม้น เพื่อดาวน์โหลดไฟล์

หน้าหลัก
ความตั้งใจ
กว่าจะเป็นเว็บไซต์
แผนผังเว็บไซต์

คุยกับผู้ทำเว็บไซต์
-เริ่มต้นสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
ติดตามข่าวสาร กด Like เลย
เกี่ยวกับเรา
e-mail : support@rangforever.com


ได้รับการสนับสนุนโดย


----
รวบรวมข่าวสารไอที เทคนิคการเขียนโปรแกรมภาษาphp css javascript jsp c# แจกโปรแกรมที่เขียน แจกระบบ แจกโค้ดฟังก์ชันต่างๆ สอนการใช้งานโปรแกรมออฟฟิศ word excel โปรแกรมตกแต่ง ตัดต่อ สร้างภาพ adobe photoshop adobe Illustrater จัดเต็มกับความรู้ในเนื้อหาโปรแกรมเมอร์แบบเจาะลึก พร้อมวีดีโอสอนการใช้งานโปรแกรม การเขียนโปรแกรม เพิ่มความรู้ ปูทักษะการเขียนโปรแกรมแบบฟรีๆ พร้อมเรียนรู้ไปกับเราได้ที่ www.rangforever.com