ข่าวสาร
ASUS VivoTab Smart แท็บเล็ตสายพันธุ์ใหม่ จอภาพ 10.1 นิ้ว
ASUS VivoTab Smart แท็บเล็ตสายพันธุ์ใหม่ จอภาพ 10.1 นิ้ว
   ASUS VivoTab Smart แท็บเล็ตสายพันธุ์ใหม่ ด้วยขนาดจอภาพ 10.1นิ้ว แบบ IPS ที่ให้สีสันสดใสและมุมมองที่กว้างกว่า
ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus)
ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus)
   เป็นโปรแกรมชนิดหนึ่งที่ถูกเขียนขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างผลลัพธ์อันไม่พึงประสงค์ ให้กับคอมพิวเตอร์ที่เรียกใช้โปรแกรมนี้
ความรู้พื้นฐานของฮาร์ดดิสก์
ความรู้พื้นฐานของฮาร์ดดิสก์
   ฮาร์ดดิสก์ถือเป็นอุปกรณ์หลักสำหรับเก็บข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์ก็ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
Cymera-Photo Editor, Collage ตกแต่งภาพ | Android Apps
Cymera-Photo Editor, Collage ตกแต่งภาพ | Android Apps
   แอพพลิเคชั่นCymera-Photo Editor, Collage แอพฟรีจากAndroid Appsที่จะพาคุณไปตกแต่งภาพในไลด์สไตล์ของคุณเอง โดยมีฟังก์ชั่นให้ใช้งานมากมายตั้งแต่Live Filters
ios ไอโอเอส ของApple
ios ไอโอเอส ของApple
   ระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์พกพาเพื่อใช้บนไอโฟน พัฒนาโดยแอปเปิล (บริษัท) เปิดตัวครั้งแรกในปี 2007 ได้รับการขยายเพื่อรองรับอุปกรณ์
โน๊ตบุ๊ค รุ่นต่างๆ กล้องประเภทต่างๆ

วีดีโอน่ารู้ : โปรเจค12นักษัตริย์ 12ราศี Project C#


แจกโปรเจคPHPฟรี

ข่าวสารเทคโนโลยี >> ระบบคอมพิวเตอร์

ระบบคอมพิวเตอร์  

ระบบคอมพิวเตอร์

อัพเดทวันที่: 26 พ.ย. 2556

วีดีโอน่ารู้ : โปรเจคปริมาตรทรงปริซึม Project PHP


จากวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา จากหลอดสุญญากาศที่ไม่มีระบบปฏิบัติการ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันที่คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงที่สามารถใส่กระเป๋าไปไหน มาไหนได้ ระบบปฏิบัติการที่ทันสมัยมีโครงสร้างที่เหมาะสมในการนำมาใช้งานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ระบบคอมพิวเตอร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัีจจุบัน สามารถแบ่งตามคุณสมบัติการทำงานได้ดังนี้

1.ระบบที่ไม่มีระบบปฏิบัติการ (Non Operating System)

   ระบบคอมพิวเตอร์ในยุคแรกๆ มีแต่เครื่องเปล่าๆ ไม่มีระบบปฏิบัติการ ผู้ใช้จะต้องเขียนโปรแกรมทั้งหมด ตั้งแต่ควบคุมเครื่อง เตรียมข้อมูล ทำงานตามโปรแกรม และทำการตรวจสอบข้อผิดพลาด ทำให้ใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ได้น้อยมากไม่ค่อยคุ้มค่า และราคาของระบบค่อนข้างแพงทำให้การใช้คอมพิวเตอร์อยู่ในวงจำกัดในยุคนั้นมี การจ้างโอเปอเรเตอร์ (Operator) เพื่อลดเวลาเตรียมข้อมูล และเซ็ตอัพระบบสำหรับผู้ใช้งาน และต้องจัดระบบภายหลังการใช้งานด้วย ดังนั้นถ้าพิจารณาความสามารถในการดูแลและควบคุมระบบจะดีกว่าผู้ใช้ทั่วไป

2.ระบบงานแบ็ตซ์ (Batch system)

   ต่อมาเริ่มมีการพัฒนาการนำดีไวซ์สำหรับการนำข้อมูลเข้าระบบ และนำข้อมูลออกจากระบบมาใช้งาน เช่น การ์ด , เทป ส่วนดีไวซ์ที่นำข้อมูลจากระบบ เช่น เครื่องพิมพ์ , เทป และการ์ดเจาะรู การทำงานในลักษณะนี้ ผู้ใช้ไม่ได้ติดต่อโดยตรงกับระบบ เป็นเพียงผู้เตรียมข้อมูล เขียนโปรแกรม และข้อมูลสำหรับการควบคุมระบบ จึงมีภาษาที่เรียกว่า "ภาษาคุมงาน" (Job Control Language : JCL) เมื่อเขียนโปรแกรมแล้วบรรจุลงการ์ดเจาะรู (Punch card) หลังจากนั้นจะนำเข้าระบบโดยโอเปอเรเตอร์ ซึ่งลักษณะการถ่ายข้อมูลเป็นกลุ่มจากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่งนี้เรียกว่า "แบ็ตซ์" (batch) ซึ่งโปรแกรมเมอร์จะต้องฝากงานไว้กับโอเปอเรเตอร์เพื่อส่งงานเข้าระบบ โอเปอเรเตอร์จะเรียงลำดับงานเข้ากลุ่มที่ใช้ดีไวซ์หรือรีซอร์สที่คล้างคลึง กัน เมื่อระบบโปรเซสงานเสร็จเรียบร้อยแล้วจะส่งผลให้โปรแกรมเมอร์ในลักษณะที่ เหมาะสม เช่น การ์ดเจาะรู หรือเครื่องพิมพ์ เป็นต้น

3.การทำงานแบบบัฟเฟอร์ (ฺBuffering)

   การทำงานในแบบบัฟเฟอร์นี้จะเป็นการขยายขีดความสามารถการทำงานของระบบ กล่าวคือระบบนี้จะให้หน่วยรับ-แสดงผลทำงานไปพร้อมๆกับการประมวลผลของซีพียู โดยในขณะที่นี้การประมวลผลคำสั่งที่โหลดเข้ามาของซีพียูนั้น จะมีการโหลดข้อมูลต่อไปเข้ามาเก็บไว้ในหน่วยความจำก่อน เมื่อถึงเวลาประมวลผลซีพียูจะทำงานต่ดได้ทันที และมีการโหลดข้อมูลต่อไปเข้ามาทดแทน หน่วยความจำที่เก็บข้อมูลที่ส่งเข้ามาเตรียมพร้อมนี้ เรียกว่า "บัฟเฟอร์" (Buffer) ในทางทฤษฎีนั้น ถ้าเวลาที่ใช้ในการประมวลผลกับเวลาที่ใช้ในการโหลดข้อมูลเข้ามาเท่ากันก็จะ ทำให้ซีพียูไม่ต้องรออุปกรณ์เลย (ประมวลผลต่อเนื่องได้ทันที) ทำให้มีการใช้ซีพียูได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เนื่องจากเวลาของซีพียูกับอุปกรณ์ยังไม่สัมพันธ์กัน ซึ่งมีสาเหตุสำคัญ 2 ประการคือ ความเร็วของอุปกรณ์ในการรับ-แสดงข้อมูล และประเภทของงานที่ประมวลผล

4.ระบบสพูลลิ่ง (Spooling System)

   เมื่อมีการคิดค้นเทคโนโลยีเทปแม่เหล็กมาใช้งานร่วมกับเครื่องอ่านบัตรทำให้ มีประสิทธิภาพของซีพียูมากขึ้น แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้นโดยจะจำลองข้อมูลจากบัตรลงบนเทป เมื่อโปรแกรมต้องการอ่านบัตร ระบบปฏิบัติการจะเปลี่ยนไปอ่านที่เทปแทน หรือแม้แต่การพิมพ์ก็โหลดข้อมุลลงบนเทปก่อนแล้วจึงพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ เรียกว่า ทุกขั้นตอนจะต้องทำผ่านเทปแม่เหล็กนี้ก่อนทุกงาน ถึงแม้จะทำให้เพิ่มความเร็วของงานได้บ้างแต่ก็มีจุึดอ่อนตรงที่โปรแกรมจะ ต้องทำงานผ่านขั้นตอนต่างๆมากขึ้น จนเมื่อมีการคิดค้นดิสก์ หรือจานแม่เหล็กขึ้นมาช่วยงานทำให้หันมาใช่งานดิสก์กันมากขึ้นเนื่องจาก เหตุผลดังนี้
     -ถ้าใช้เทปเมื่อทำการประมวลผลข้อมูลในเทปจะทำการโหลดข้อมูลจากเครื่องอ่านบัตร ลงเทปม้วนเดียวกันไม่ได้
     -การแอ็กเซสข้อมูลในดิสก์จะทำโดยตรง ในขณะที่การแอ็กเซสข้อมูลในเทปจะเป็นแบบซีเควนเชียล (sequential) หรือเรียงลำดับ
     -เนื่องจากในดิสก์จะแอ็กเซสข้อมูลโดยตรงและทำงานได้ทันที (โดยมีโปรแกรมพิเศษที่โหลดข้อมูลจากอุปกรณ์พร้อมกับการทำงานของโปรแกรมจาก ผู้ใช้) แต่สำหรับเทปการโหลดข้อมูลจะต้องทำคนละเวลากับการประมวลผล

5.ระบบมัลติโปรแกรมมิ่ง (Multiprogramming)

   ระบบสพูลลิ่งเป็นพื้นฐานง่ายๆ ของมัลติโปรแกรมมิ่งเนื่องจากมีการรันโปรแกรม 2 โปรแกรมพร้อมกัน ในลักษณะขนานกันไป แต่ก็ยังใช้ประโยชน์ซีพียูได้ไม่เต็มที่เนื่องจากโปรแกรมที่รันพร้อมกันนั้น ถ้ามีการดึงข้อมูลจากการ์ด หรือเทป จะทำให้มีการหยุดรอ เนื่องจากเป็นการทำงานในลักษณะงานใดเข้ามาก่อนก็จะทำให้ก่อน (first-come , first-served) อย่างไรก็ตามถ้าเป็นการดึงข้อมูลจากดีไวซ์ที่สามารถแอ็กเซสได้โดยตรง เช่น ดิสก์ ก็จะเป็นมัลติโปรแกรมมิ่ง หลักการทำงานของมัลติโปรแกรมมิ่งคือจะโหลดโปรแกรมไว้ในหน่วยความจำหลักพร้อม ที่จะประมวลผลได้ทันที ระบบปฏิบัติการจะเลือกงานเข้าไปประมวลผลเรื่อยไปจนกว่าจะมีการหยุดคอยงาน บางอย่าง เช่น รอให้เจ้าหน้าที่ใส่เทปเข้าตู้เทป เป็นต้น ในช่วงที่หยุดรอนี้ ระบบปฏิบัติการจะดึงงานเข้าไปประมวลผลต่อทันทีทำให้มีการใช้ซีพียูมากขึ้น ทำเช่นนี้เรื่อยไปจนกว่างานทุกงานจะเสร็จเรียบร้อย ซึ่งในระบบปฏิบัติการที่ไม่ใช่มัลติโปรแกรมมิ่งในช่วงนี้ซีพียูจะต้องหยุดรอ นั้นเอง

6.ระบบแบ่งเวลา (Time-Sharing System)

   ในสมัยแรกเริ่มของการใช้คอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จะต้องจองเวลาและครอบครองเครื่องนั้นแบบสมบูรณ์แต่เพียงผู้เดียว นั่นหมายความว่าผู้ใช้นั้นสามารถทำอะไรก็ได้ในเวลาที่เขาครอบครองอยู่ แต่เนื่องจากเครื่องมีราคาแพงและความต้องการที่ใช้คอมพิวเตอร์ให้ได้ ประโยชน์สูงสุด แทนที่จะให้ผู้ใช้มานั่งคิดและแก้ไขปัญหาหน้าคอมพิวเตอร์นั้น ทำให้ผู้ใช้ต้องเซ็ตอัพการ์ดควบคุมให้ครอบคุมผลลัพธ์ทั้งหมดที่อาจจะเกิด ขึ้นได้ เป็นผลให้ผู้ใช้แทบจะไม่ได้เห็นคอมพิวเตอร์เลย ทำให้มีการคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยระบบแบ่งเวลา (Time-Sharing) หรือมัลติทาสกิ้ง (Multitasking) เป็นศาสตร์ที่ขยายระบบมัลติโปรแกรมมิ่ง ที่ทำให้สามารถรัดโปรแกรมได้หลายงาน โดยซีพียูจะทำหน้าที่สับเปลี่ยนการรันงานไปมา แต่การสับเปลี่ยนทำด้วยความเร็วสูงทำให้ผู้ใช้มีความรู้สึกเหมือนอินเทอร์ แอ็กทีฟโดยตรง (Interactive) กับโปรแกรมของตนเอง

7.ระบบเรียลไทม์ (Real-Time System)

   ระบบเรียลไทม์ (Realtime) คือระบบที่สามารถให้การตอบสนองจากระบบอย่างทันทีทันใดเมื่อได้รับอินพุตเข้า ไป ในทางอุดมคติระบบเรียลไทม์นี้จะเป็นระบบที่ไม่เสียเวลาในการประมวลผลหรืออาจ จะกล่าวได้ว่าเวลาในการประมวลเป็นศูนย์ แต่ในทางปฏิบัติเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานแบบเรียลไทม์นี้ไม่สามารถผลิต ขึ้นมาได้ เราทำได้เพียงการลดเวลาการประมวลผลให้น้อยที่สุด จนไม่สามารถเห็นความแตกต่างนี้เรียกว่า "เวลาตอบสนอง" (response time) ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไปต้องการเวลาตอบสนองให้น้อยที่สุด เพื่อประสิทธิภาพของระบบ ระบบเรียลไทม์นิยมนำไปใช้ในการควบคุมการะบวนการในทางอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันสามารถควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทันสมัยให้ค่าเวลาตอบสนองที่ ยอมรับได้ สำหรับในวงการคอมพิวเตอร์ระบบเรียลไทม์เข้าใกล้อุดมคติมากขึ้นเนื่องจากความ เร็วในการประมวลผลของซีพียู

8.ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซี (Personal Computer Systems)

เมื่อ ฮาร์ดแวร์ราคาถูกลงทำให้มีการออกแบบระบบคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานคนเดียว ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็น "คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือพีซี" (PC : Personal Computer) ดีไวซ์สำหรับรับและแสดงผลเปลี่ยนไปเป็นแบบกดปุ่มสับสวิตช์ เครื่องอ่านการ์ดเปลี่ยนเป็นลักษณะคล้ายพิมพ์ดีดที่เรียกว่า "คีย์บอร์ด" (keyboard) รวมทั้งมีอุปกรณ์ชี้ตำแหน่งที่เรียกว่า "เมาส์" (mouse) เครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ และการ์ดเจาะรูเปลี่ยนเป็นมอนิเตอร์และเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กที่มีความเร็ว สูง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนี้เริ่มปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1970 ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการ CP/M พัฒนาต่อมาเป็น DOS (Disk Operating System) เรื่อยมาเป็น Windows 3.x , Windows 95 , Windows 98 , Windows ME , Windows NT , Windows 2000 และ Windows XP คอมพิวเตอร์ในระบบนี้เป็นที่คุ้นเคยกับผู้ใช้ทั่วไป ปัจจุบันเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพสูง ราคาเหมาะสม ใช้งานง่าย การดูแลรักษาไม่ยุ่งยากซับซ้อน สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับงานหลายแขนง ทั้งการศึกษา , ความบันเทิง , การประกอบธุรกิจ และอื่นๆอีกมากมาย

9.ระบบเวอร์ชวลแมชีน (Virtual Machine)

   ระบบนี้จะช่วยให้คิดว่าผู้ใช้กำลังใช้งานกับคอมพิวเตอร์หลายเครื่องทั้งๆ ที่ทำงานบนเครื่องเดียว โปรแกรมเช่นนี้ สามารถช่วยให้ผู้ใช้หลายคนทำงานกับคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว เนื่องจากผู้ใช้แต่ละคนอยู่ที่เทอร์มินอลของตนเองทำให้คิดว่าตนเองเป็นเจ้า ของเครื่องโดยลำพัง ระบบเมนเฟรมเป็นตัวอย่างที่ดีของเวอร์ชวลแมชีน เมื่อมีการใช้เทคนิคการจัดเวลาของซีพียูและความจำเสมือน (Virtual Memory) ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้หลายโปรเซสพร้อมๆกัน โดยแต่ละโปรเซสสามารถเอ็กซิคิวต์ได้ด้วยโปรเซสเซอร์และหน่วยความจำ (เสมือน)ของตัวเอง แต่โปรเซสจะต้องเพิ่มเติมฟีเจอร์สำหรับจัดการ เช่น system call หรือระบบไฟล์ที่ระบบฮาร์ดแวร์ โดยสร้างเวอร์ชวลแมชีนขั้นกลางระหว่างฮาร์ดแวร์กับ kernel ที่ติดต่อกับโปรเซส จะมีการแชร์รีซอร์สของคอมพิวเตอร์ทางกายภาพเพื่อร่วมกันสร้างเป็นเวอร์ชวลแม ชีน การจัดเวลาของซีพียูจะนำมาใช้ในการแชร์ซีพียู และสร้างสิ่งที่ให้ผู้ใช้คิดว่าผู้ใช้เป็นเจ้าของโปรเซสเซอร์ ระบบสพูลลิ่งและระบบไฟล์ทำให้สามารถใช้เครื่องการ์ดแบบเวอร์ชวล และเครื่องพิมพ์แบบเวอร์ชวล และสำหรับเทอร์มินัลที่ใช้ระบบแบ่งเวลาก็จะสนับสนุนฟังก์ชันสำหรับเทอร์มินอ ลแบบเวอร์ชวล เช่กัน

10.ระบบมัลติโปรเซสเซอร์ (Multiprocessor System)

   ระบบส่วนมากจะใช้โปรเซสเซอร์เพียงตัวเดียว หรือใช้ซีพียูหลักเพียงหนึ่งตัวนั่นเอง แต่ก็มีระบบที่ใช้โปรเซสเซอร์มากกว่าหนึ่งตัวที่เรียกว่า "ระบบมัลติโปรเซสเซอร์" (Multiprocessor) ระบบในลักษณะนี้จะใช้การติดต่อสื่อสารในระยะใกล้ , มีการใช้บัส (bus) , สัญญาณนาฬิกา (clock) , หน่วยความจำ และดีไวซ์ร่วมกัน มีเหตุผลหลายประการที่ใช้มัลติโปรเซสเซอร์

11.ระบบแบบกระจาย (Distributed System)

    ระบบคอมพิวเตอร์อีกแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมในปุจจุบันนี้คือระบบแบบ กระจาย (Distributed System) ซึ่งจะต่างกับระบบหลายโปรเซสเซอร์ที่กล่าวมาแล้วในหัวข้อที่ผ่านมา โดยระบบหลายโปรเซสเซอร์จะเป็นระบบเดียวที่มีหลายโปรเซสเซอร์แล้วแชร์ดีไวซ์ หรืออุปกรณ์ต่างๆร่วมกัน แต่ระบบแบบกระจายเป็นระบบที่แยกออกมาเป็นระบบย่อย โดยแต่ละระบบจะใช้โปรเซสเซอร์หนึ่งตัวและจะมีดีไวซ์ หรืออุปกรณ์ต่างๆเป็นของตัวเอง

อ้างอิงโดย : หนังสือ ระบบปฏิบัติการ (Operating Systems)

Tag : ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบที่ไม่มีระบบปฏิบัติการ ระบบงานแบ็ตซ์ การทำงานแบบบัฟเฟอร์ ระบบสพูลลิ่ง ระบบมัลติโปรแกรมมิ่ง ระบบแบ่งเวลา

ผู้บุกรุกที่ต้องการบุกรุกเครื่องคอมพิวเตอร์? ผู้บุกรุกที่ต้องการบุกรุกเครื่องคอมพิวเตอร์?

ผู้บุกรุก ซึ่งหมายรวมถึง แฮกเกอร์ (Hacker) ผู้โจมตี (Attacker) และแคร็กเกอร์ (Cracker) อาจจะไม่ได้สนใจหรอกว่า เจ้าของเครื่องเป็นใคร

ASUS MEMO Pad smart10 ควอดคอร์โปรเซสเซอร์ ASUS MEMO Pad smart10 ควอดคอร์โปรเซสเซอร์

ASUS MEMO Pad smart10 เพื่อนแห่งการทำงานและความบันเทิงที่พร้อมไปกับคุณที่ทุกเวลา โดดเด่นด้วย NVIDIA Tegra 3 ควอดคอร์โปรเซสเซอร์

คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์

อุปกรณ์ต่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นโครงร่างสามารถมองเห็นด้วยตาและสัมผัสได้ เช่น จอภาพ คีย์บอร์ด

หน้าหลัก
ความตั้งใจ
กว่าจะเป็นเว็บไซต์
แผนผังเว็บไซต์

คุยกับผู้ทำเว็บไซต์
-เริ่มต้นสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
ติดตามข่าวสาร กด Like เลย
เกี่ยวกับเรา
e-mail : support@rangforever.com


ได้รับการสนับสนุนโดย


----
รวบรวมข่าวสารไอที เทคนิคการเขียนโปรแกรมภาษาphp css javascript jsp c# แจกโปรแกรมที่เขียน แจกระบบ แจกโค้ดฟังก์ชันต่างๆ สอนการใช้งานโปรแกรมออฟฟิศ word excel โปรแกรมตกแต่ง ตัดต่อ สร้างภาพ adobe photoshop adobe Illustrater จัดเต็มกับความรู้ในเนื้อหาโปรแกรมเมอร์แบบเจาะลึก พร้อมวีดีโอสอนการใช้งานโปรแกรม การเขียนโปรแกรม เพิ่มความรู้ ปูทักษะการเขียนโปรแกรมแบบฟรีๆ พร้อมเรียนรู้ไปกับเราได้ที่ www.rangforever.com